Futuros
Acesse centenas de contratos perpétuos
TradFi
Ouro
Plataforma única para ativos tradicionais globais
Opções
Hot
Negocie opções vanilla no estilo europeu
Conta unificada
Maximize sua eficiência de capital
Negociação demo
Introdução à negociação de futuros
Prepare-se para sua negociação de futuros
Eventos de futuros
Participe de eventos e ganhe recompensas
Negociação demo
Use fundos virtuais para experimentar negociações sem riscos
Lançamento
CandyDrop
Colete candies para ganhar airdrops
Launchpool
Staking rápido, ganhe novos tokens em potencial
HODLer Airdrop
Possua GT em hold e ganhe airdrops massivos de graça
Launchpad
Chegue cedo para o próximo grande projeto de token
Pontos Alpha
Negocie on-chain e receba airdrops
Pontos de futuros
Ganhe pontos de futuros e colete recompensas em airdrop
Investimento
Simple Earn
Ganhe juros com tokens ociosos
Autoinvestimento
Invista automaticamente regularmente
Investimento duplo
Lucre com a volatilidade do mercado
Soft Staking
Ganhe recompensas com stakings flexíveis
Empréstimo de criptomoedas
0 Fees
Penhore uma criptomoeda para pegar outra emprestado
Centro de empréstimos
Centro de empréstimos integrado
Centro de riqueza VIP
Planos premium de crescimento de patrimônio
Gestão privada de patrimônio
Alocação premium de ativos
Fundo Quantitativo
Estratégias quant de alto nível
Apostar
Faça staking de criptomoedas para ganhar em produtos PoS
Alavancagem Inteligente
Alavancagem sem liquidação
Cunhagem de GUSD
Cunhe GUSD para retornos em RWA
Quando é que o preço do ouro vai cair em 2568-2569? Análise aprofundada após ultrapassar os 4.000 dólares
หลายคนกำลังถามว่า ทองคำจะลงในอนาคตหรือเปล่า? หลังจากที่เห็นราคาพุ่งไปจนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,181 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 นักลงทุนหลายคนเริ่มหวาดกังวล แต่ถ้าจะตัดสินใจซื้อหรือขาย ต้องเข้าใจก่อนว่าสถาบันการเงินชั้นนำของโลกคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้
ภาพรวมตลาดทองคำ 2568: ปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ตั้งแต่ต้นปี 2568 ราคาทองคำได้ผ่านการปรับตัวขึ้นที่น่าประหลาดใจ โดยมีการเพิ่มขึ้นถึง 66% ในเพียง 7 เดือน นี่แสดงให้เห็นว่ามีความต้องการซื้อที่แรงเกิดจากปัจจัยหลายประการ
ในประเทศไทย ราคาทองแท่ง 96.5% ก็เคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน โดยพุ่งผ่านระดับ 62,000 บาท ซึ่งเกินเป้าหมายเดิมที่วิชเชษฐ์ตั้งไว้ที่ 55,000 บาท
จากมุมมองของธนาคารใหญ่ของโลก: ทิศทางแนว “ยังไปต่อได้”
Goldman Sachs ได้ยกระดับเป้าราคาทองคำเป็น 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับสิ้นปี 2569 (ปรับขึ้นจากเป้า 4,300 ดอลลาร์เดิม) โดยเหตุผลหลักคือการไหลเข้าอย่างต่อเนื่องจากธนาคารกลาง และการซื้อผ่านกองทุน ETF ทองคำ
สำหรับปี 2568 นักวิเคราะห์ Lina Thomas ที่ Goldman Sachs ปรับเป้า 3,300 ดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นว่าการซื้อจากธนาคารกลางแข็งแกร่งกว่าการคาดการณ์ก่อนหน้า
UBS ก็เห็นแบบเดียวกัน โดยพยากรณ์ว่าราคาจะแตะ 3,500 ดอลลาร์ภายในธันวาคม 2568 โดยหนึ่งในปัจจัยหลักคือการสะสมทองคำของธนาคารกลางที่ไม่เคยมีมาก่อน ตามที่ Joni Teves จากธนาคารนี้ชี้ให้เห็น
จากการคำนวณมูลค่ากลับมาเป็นทองคำไทย หากทองคำสากลแตะ 4,900 ดอลลาร์ ราคาทองคำในประเทศไทยอาจจะสูงถึง 75,000-80,000 บาท ภายในปี 2569
เหตุผล 4 ประการที่ผลักดันให้ทองคำเพิ่มมูลค่า
1. ความตึงเครียดทางการค้า: ประธานาธิบดี ทรัมป์ ได้ประกาศแผนขึ้นภาษีสินค้าจากจีนทั้งหมด 100% ซึ่งตั้งจะมีผลบังคับใช้ในเดือนพฤศจิกายน ความไม่แน่นอนนี้ทำให้นักลงทุนมองหาทองคำเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง
2. นโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลาง: เฟดเดอรัลเรเซิร์ฟได้เริ่มการลดดอกเบี้ย (0.25% ในกันยายน 2568) ซึ่งทำให้ค่าดอลลาร์อ่อนค่าลง และเพิ่มความดึงดูดของทองคำในสกุลเงินอื่นๆ
3. การซื้อจากธนาคารกลาง: กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ได้ซื้อทองคำสุทธิกว่า 1,000 ตันต่อปี ติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี เพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐและกระจายความเสี่ยง
4. การเตรียมสกุลเงินดิจิทัลของ BRICS: กลุ่ม BRICS กำลังวางแผนสร้างสกุลเงินดิจิทัลที่มีทองคำหนุนหลัง เพื่อใช้เป็นอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสมาชิก ซึ่งท้าทายบทบาทของดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อไหร่ที่ทองคำจะลง: สัญญาณเตือนที่ต้องจับตา
แม้ว่าแนวโน้มจะยังขาขึ้น แต่มีสถานการณ์ที่อาจทำให้ราคาทองกลับตัวลง:
วิธีจับจังหวะเทรดทองคำในช่วงนี้
กลยุทธ์ที่ 1: ซื้อเมื่อเห็นการพักฐาน (Dip Buying)
ทองคำอยู่ในเทรนด์ขาขึ้นแรงแต่ปรับตัวมาเร็วเกินไป จึงอาจมีการปรับตัวลงระยะสั้น คุณสามารถรอจังหวะที่ราคาไปถึงแนวรับสำคัญ เช่น 3,859 ดอลลาร์ (แนวรับเปิดเดือน) หรือ 3,782 ดอลลาร์ จากนั้นเข้าซื้อและตั้งเป้าขายที่จุดสูงสุดใหม่
กลยุทธ์ที่ 2: ซื้อเมื่อแนวต้านถูกทดสอบ (Breakout Retest)
เมื่อราคาทองพิเศษแนวต้าน 4,000 ดอลลาร์ แนวต้านนี้อาจกลายเป็นแนวรับใหม่ รอให้ราคากลับมาทดสอบแนว 3,980-4,000 ดอลลาร์ ถ้าเห็นราคาเด้งขึ้นและปริมาณเพิ่มขึ้น ก็เป็นโอกาสเข้าซื้อได้
กลยุทธ์ที่ 3: ใช้ระดับ Fibonacci
ลากเส้น Fibonacci จากจุดต่ำเดิม (สมมติ 3,500 ดอลลาร์) ไปยังจุดสูงสุด (4,059 ดอลลาร์) ระดับ 38.2% และ 61.8% เป็นจุดซื้อที่ดี เมื่อราคาเข้าใกล้ระดับเหล่านี้และแสดงสัญญาณเด้งขึ้น
บทสรุป: ทองจะลงแต่เมื่อไหร่?
ตามการวิเคราะห์ของสถาบันการเงินชั้นนำ ราคาทองคำมีโอกาสยังปรับตัวขึ้นต่อไปถึงปลายปี 2569 อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเพิ่มขึ้นแบบตรงเส้นในตลาด ระหว่างทางจะมีการปรับตัวลงเพื่อให้พักฐาน คำตอบของคำถาม “ทองจะลงช่วงไหน” ก็คือ จะลงเป็นช่วงๆ ไม่ใช่ลงแบบวิด
นักลงทุนที่ซื้อหรือจะซื้อทองควรมีจิตใจที่ยืดหยุ่น รอจังหวะปรับตัวลงเพื่อเพิ่มปริมาณ และอย่าตกใจหากเห็นราคาเปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน เทรนด์หลักยังบอกว่าทองคำมีโอกาสไปสูงขึ้นในอีก 1-2 ปีข้างหน้า