ในฐานะเทรดเดอร์ คุณต้องเคยได้ยินตัวชี้วัด KDJ ซึ่งเป็นหนึ่งใน "สามสมบัติของนักเทรดรายย่อย" แต่แล้วจะทำอย่างไรให้เครื่องมือนี้สามารถแสดงพลังที่แท้จริงได้? วันนี้เราจะวิเคราะห์ลึกลงไปในแกนหลักของตัวชี้วัด KDJ — โดยเฉพาะอย่างยิ่ง J ค่าที่มักถูกมองข้าม ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินใจเทรดของคุณ เพื่อเปลี่ยนจากการตามกระแสแบบเฉยๆ ไปสู่การเป็นผู้นำในการซื้อและขายสูงสุด
แกนหลักของตัวชี้วัด KDJ: บทบาทของค่าที่เป็น K, D, J
KDJ เป็นคำย่อของตัวชี้วัดแบบสุ่ม (Stochastic Indicator) ซึ่งคำนวณจากความผันผวนของราคาในช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อช่วยคุณค้นหาแนวโน้มและจุดเข้าเทรดที่ดีที่สุด เช่นเดียวกับตัวชี้วัด RSI, KDJ ก็ใช้เส้น K และ D เพื่อประเมินสถานะ overbought และ oversold แต่จุดเด่นของ KDJ อยู่ที่การเพิ่มเส้น J ซึ่งเป็น "เส้นแนวโน้มที่ไวต่อทิศทาง" เข้ามา
ในกราฟ KDJ ทั้งสามเส้นนี้มีหน้าที่แตกต่างกัน: ค่าที่เป็น K (เส้นเร็ว) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาปิดของวันนั้นกับช่วงราคาที่ผ่านมาในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งมีความเร็วในการตอบสนองมากที่สุด; ค่าที่เป็น D (เส้นช้า) เป็น